เปิดโผ 15 อันดับ ประเทศและเขตปกครองที่มี "ผู้หญิง" หนาแน่นที่สุดในโลก

เปิดโผ 15 อันดับ ประเทศและเขตปกครองที่มี "ผู้หญิง" หนาแน่นที่สุดในโลก

เปิดโผ 15 อันดับ ประเทศและเขตปกครองที่มี "ผู้หญิง" หนาแน่นที่สุดในโลก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เผย 15 อันดับ ประเทศ-เขตปกครองที่มีสัดส่วนประชากรหญิงสูงที่สุดในโลก บางแห่งผู้หญิงทะลุกว่า 54%

หากมองภาพรวมของประชากรทั่วโลก อัตราส่วนระหว่างผู้ชายและผู้หญิงมักจะอยู่ในเกณฑ์ที่ใกล้เคียงกันเกือบครึ่งต่อครึ่ง โดยปัจจุบันผู้หญิงคิดเป็นร้อยละ 49.7 ของประชากรโลกทั้งหมด

แต่รู้หรือไม่ว่าในบางประเทศและเขตปกครองพิเศษ กลับมีตัวเลขประชากรศาสตร์ที่สัดส่วนประชากรหญิงพุ่งสูงเกินกว่าร้อยละ 53 ขึ้นไปอย่างเห็นได้ชัด จนกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความเหลื่อมล้ำทางเพศสภาพเชิงประชากรที่ใหญ่ที่สุดในโลก

จากการเปิดเผยข้อมูลสถิติล่าสุดของ ธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งได้ทำการวิเคราะห์และจัดอันดับประเทศหรือเขตปกครองที่มีสัดส่วนประชากรเพศหญิงสูงที่สุดในโลก พบว่าผู้ชนะอันดับหนึ่งตกลงเป็นของ "ฮ่องกง" ซึ่งมีสัดส่วนประชากรหญิงสูงถึงร้อยละ 54.9 ตามมาด้วยโมลโดวา และมาเก๊า ตามลำดับ

เปิดโผ 15 อันดับ ประเทศและเขตปกครองที่มี "ผู้หญิง" หนาแน่นที่สุดในโลก

จากการเก็บสถิติเชิงลึก พบว่าประเทศในแถบยุโรปตะวันออกและประเทศที่เป็นลักษณะเกาะหรือเขตปกครองพิเศษ มีสัดส่วนของผู้หญิงมากกว่าผู้ชายอย่างมีนัยสำคัญ โดย 15 อันดับแรกมีดังนี้

อันดับ ประเทศ / เขตปกครอง เปอร์เซ็นต์ประชากรหญิง
1 ฮ่องกง 54.9%
2 โมลโดวา 54.0%
3 มาเก๊า 53.9%
4 ลัตเวีย 53.7%
5 อาร์เมเนีย 53.6%
6 รัสเซีย 53.6%
7 ยูเครน 53.5%
8 จอร์เจีย 53.4%
9 เบลารุส 53.4%
10 เปอร์โตริโก 52.9%
11 ลิทัวเนีย 52.8%
12 อารูบา 52.8%
13 ตองกา 52.6%
14 เซอร์เบีย 52.5%
15 เอสโตเนีย 52.5%

เจาะลึก 3 ปัจจัยหลัก ทำไมบางประเทศ "ผู้หญิง" ถึงเยอะกว่าผู้ชาย?

นักประชากรศาสตร์ได้วิเคราะห์ว่า การที่ตัวเลขผู้หญิงพุ่งสูงขึ้นในระดับประเทศนั้นไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มีปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญทางสังคมและชีววิทยา 3 ประการดังนี้

  • อายุขัยเฉลี่ยที่ยาวนานกว่า: โดยทั่วไปในระบบเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว ผู้หญิงมักจะมีอายุขัยเฉลี่ยยืนยาวกว่าผู้ชายเนื่องจากข้อได้เปรียบทางชีววิทยา และมีอัตราความเสี่ยงต่อพฤติกรรมหรืออาชีพที่มีอันตรายสูงน้อยกว่า เมื่อโครงสร้างสังคมเข้าสู่ "สังคมผู้สูงอายุ" ช่องว่างของอายุขัยนี้จึงแสดงออกมาให้เห็นผ่านสัดส่วนประชากรอย่างชัดเจน
  • ระบบสาธารณสุขที่ดีขึ้น: แม้การแพทย์ที่ทันสมัยจะช่วยยืดอายุขัยของทั้งสองเพศ แต่ในกลุ่มประชากรผู้สูงวัย ผู้หญิงยังคงรักษาความได้เปรียบในเรื่องความแข็งแรงและโรคประจำตัวที่น้อยกว่าผู้ชายในวัยเดียวกัน
  • รูปแบบการย้ายถิ่นฐาน: ในบางประเทศ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจทำให้ประชากรเพศชายในวัยแรงงานเลือกที่จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ส่งผลให้สัดส่วนประชากรที่อาศัยอยู่ในประเทศต้นทางเหลือเป็นเพศหญิงมากกว่า

iStockphoto

เมื่อรูปแบบถูกสลับ: ดินแดนที่ผู้ชายเยอะกว่า

ในทางกลับกัน สัดส่วนนี้สามารถพลิกผันได้เช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศแถบอ่าวอาหรับ เช่น กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่มีสัดส่วนประชากรชายพุ่งสูงลิ่ว เนื่องจากมีการนำเข้าแรงงานข้ามชาติเพศชายจำนวนมหาศาลเข้ามาทำงานในประเทศ รวมถึงในพื้นที่เอเชียใต้และจีนที่มีสถิติประชากรชายมากกว่าเนื่องจากค่านิยมดั้งเดิมและการกำหนดเพศสภาพตั้งแต่แรกเกิด

เรื่องของโครงสร้างประชากรศาสตร์และสัดส่วนทางเพศนี้ ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่รัฐบาลของแต่ละประเทศนำไปใช้ประเมินความคุ้มค่าและวางแผนนโยบายสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการจัดการระบบสาธารณสุขให้สอดคล้องกับความต้องการของประชากรส่วนใหญ่ในประเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

แหล่งอ้างอิง

  1. Visual Capitalist
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล